|
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||||||||||||||||||
![]() |
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
University of Bradford, UK Oklahoma City University, USA University of Wales, UK Edith Cowan University, Western Australia Southern Cross University, Australia Ottawa University, USA Grenoble Graduate School of Business University of Sunderland, UK ![]() มหาวิทยาลัยแบรดฟอร์ด มหาวิทยาลัย University of Bradford ได้รับพระบรมราชานุญาตให้เป็นมหาวิทยาลัยในราชสำนักในปี ค.ศ.1966 แต่เมื่อย้อนหลับไปสู่จุดเริ่มต้น มหาวิทยาลัยนี้ได้ก่อตั้งขึ้นในปีทศวรรษ 1860 ซึ่งเป็นมหาวิทยาบันที่เป็นผู้นำในสาขาการวิจัย อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์ในการ “พัฒนาความรู้เพื่อการปฏิบัติงานจริง”นั้นมุ่งเน้นให้การวิจัยส่วนใหญ่ต้องเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม, การพาณิชย์, และความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพโดยตรง จากสถิติรายปีพบว่าผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากทางมหาวิทยาลัยมีอัตราการถูกว่าจ้างงานเป็นหนึ่งในอันดับแนวหน้าของสหราชอาณาจักร นิตยสาร Virgin Student Guide ได้นิยาม Bradford ไว้ว่าเป็น “สถานที่ที่ผสมผสานทุกเชื้อชาติและภาษาอย่างลงตัว และมีความเป็นมิตรอบอุ่น-เป็นสถานที่ได้ยอดเยี่ยมสำหรับการเป็นนักศึกษา” คณะการจัดการของ Bradford (School of Management) คณะการจัดการของ University of Bradford เป็นหนึ่งในผู้นำของคณะการจัดการที่ให้การศึกษาอย่างเต็มรูปแบบในทวีปยุโรป ที่นำเสนอหลักสูตรสำหรับนักศึกษาในระดับปริญญาตรี, ระดับปริญญาโท, ระดับปริญญาเอก (รวมถึง MBA, MA, MSc และ PhD) และหลักสูตรผู้บริหารสำหรับผู้ที่ดำรงตำแหน่งระดับบริหารอยู่ในอุตสาหกรรมและธุรการ คณะการจัดการของ Bradford นี้เป็นคณะหนึ่งในสาขาธุรกิจจำนวนน้อย ของสหราชอาณาจักรที่ได้รับรางวัล EQUIS อันทรงเกียรติ ซึ่งได้รับการรับรองวิทยฐานะให้เป็นคณะที่มีความเป็นเลิศทางด้านการศึกษาสาขาการจัดการจากสถาบัน European Foundation for Management Education (EFMD) คณะการจัดการนี้เป็นคณะแรกของสาขาทางธุรกิจในสหราชาอาณาจักรที่ได้รับหนังสือรับรองความน่าเชื่อถือสำหรับระดับปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจ (Master of Business Adminstration) ทั้งในรูปแบบการเรียนการสอนแบบเต็มเวลา, แบบล่วงเวลาของระดับผู้บริหาร, และแบบการศึกษาด้วยตัวเอง (Distance learning) หลักสูตรปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจของ Bradford แบบเต็มเวลานั้นได้รับการจัดลำดับจาก Financial Times ให้เป็นอันดับหนึ่งในสิบอันดับแรกของสหราชอาณาจักร และเป็นอันดับหนึ่งในร้อยอันดับแรกของโลก สำหรับหลักสูตรปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจแบบล่วงเวลาของระดับผู้บริหารนั้นได้ถูกจัดให้เป็นอันดับหนึ่งในห้าสิบอันดับแรกของโลก และอันดับหนึ่งในสิบห้าอันดับแรกของคณะทางธุรกิจในทวีปยุโรป นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยยังมีชื่อเสียงในการวิจัย ซึ่งได้นำเสนอการผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ของการพัฒนาทักษะทางด้านธุรกิจจากข้อเท็จจริง และการสอนซึ่งพิสูจน์ได้ผ่านทางผลงานการวิจัยทางด้านการจัดการ คณะสารสนเทศของ Bradford (School of Informatic) คณะสารสนเทศประกอบด้วย 3 แผนก : แผนกคอมพิวเตอร์ (แผนกที่ใหญ่ที่สุดในคณะนี้), แผนก Electronic Imaging and Media Communications-EIMC, และแผนก Cybernetics คติพจน์ประจำคณะ คือ “การประดิษฐ์สิ่งสร้างสรรค์ผ่านโลกดิจิตอล” ภารกิจ (Mission) ของคณะคือการมอบรรยากาศการเรียนการสอนและการวิจัยระหว่างประเทศ พร้อมทั้งพัฒนาการวิจัยและระกับการศึกษาของหลักสูตรที่ผสมผสารระหว่างหลายหมวดสาขาวิชาในสาขา computer science, digital media, Cybernetics และ Internet รวมทั้งการประยุกต์ใช้สิ่งเหล่านี้อย่างสร้างสรรค์ให้มีความก้านหน้าอย่างต่อเนื่อง การวิจัยของแผนกที่ประสบความสำเร็จนั้นได้ครองคลุมการวิจัยในสาขา Computer Performance Modeling, Telecommunication and Mobile Computing, Intelligent Infomantion Systems and Databases, และ Computer Music. หลักสูตรปริญญาตรีและหลักสูตรปริญญาโทขึ้นไปในสาขาคอมพิวเตอร์เริ่มจัดตั้งขึ้นในปี 1968 และเป็นหนึ่งในหลักสูตรที่ดำเนินการเรียนการสอนมายาวนานที่สุดของสาขานี้ในสหราชอาณาจักร หลักสูตรปริญญาตรีสาขาคอมพิวเตอร์ด้านการจัดการ(Computing with Management Course) ซึ่งดำเนินงานร่วมกับคณากรจัดการได้จัดตั้งขึ้นมาประมาณ 10 ปีแล้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักสูตรชั้นปริญญาบัตร 9 หลักสูตร อันหมายรวมถึง Computer Science, Software Engineering, Computing and Information Systems, Internet Computing, Multimedia Computing และ Computer Performance Engineering. ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีสารสนเทศ การโทรคมนาคม และการสื่อสารรวมทั้งความสำคัญของความสามารถในการเคลื่อนย้าย (mobility) ที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ข้อมูลข่าวสารมีความเกี่ยวข้องและมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตมากขึ้น หลักสูตรคอมพิวเตอร์ด้านการจัดการจึงมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาผู้บริหารในอนาคตให้เป็นผู้ที่มีความตระหนักถึงและมีทักษะที่จำเป็นต่อความสามารถในการควบคุมเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่เหล่านี้ ซึ่งมีความจำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ ในประเทศสิงคโปร์ คณะการจัดการและคณะสารสนเทศมีส่วนเกี่ยวข้องในการออกแบบและตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานของหลักสูตร ใบรับรอง วุฒิบัตร วุฒิบัตรขั้นสูงของ MDIS ที่ได้รับการรับรองจาก University of Bradford ดังนั้นผู้ที่สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรข้างต้นจาก MDIS จึงมีคุณสมบัติที่จะเข้าเรียนต่อในหลักสูตรปริญญาตรีของมหาวิทยาลัย Bradford ในคณะการจัดการ และคณะคอมพิวเตอร์ด้านการจัดการ คณะเภสัชกรรมศาสตร์ของ Bradford (School of Pharmacy) คณะเภสัชกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัย Bradford เป็นคณะเภสัชกรรมศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร ซึ่งมีหลักสูตรทั้งในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทขึ้นไป โดยเป็นคณะที่มีชื่อเสียงในเรื่องการใช้เทคนิคการสอนที่สร้างสรรค์แบบใหม่ๆในการประเมินคุณภาพการสอนครั้งล่าสุด ปรากฏว่าคุณภาพการสอนอยู่ในระดับดีเยี่ยม หลักสูตรปริญญาโทคณะเภสัชกรรมศาสตร์ (Mpharm) ของทางมหาวิทยาลัยได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากสมาคม Royal Pharmaceutical Society of Great Britain โดยหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่ออกแบบได้ตรงความต้องการของตลาดการจ้างงาน ซึ่งส่งผลทำให้หลักสูตรนี้เป็นที่ยอมรับว่ามีความเป็นเลิศในตลาดการจ้างงานสาขาเภสัชกรรมศาสตร์ จากการวิจัยของคณะเรื่อง “จากโมเลกุลมาเป็นมนุษย์” ได้ครอบคลุมถึงทุกแง่มุมของการออกแบบ การผลิต การทดลองของยาในมาตรฐานคุณภาพระดับนานาชาติ ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาในอุตสาหกรรมของหลายๆบริษัท ที่มีมูลค่าหลายล้านปอนด์สเตอริง หลักสูตรการจัดการด้านเภสัชกรรมศาสตร์ (Pharmaceutical Management course) เป็นหลักสูตรที่มีความเป็นเอกลักษณ์ มีความผสมผสานเนื้อหาวิชาในหลายหมวดเข้าด้วยกัน โดยการรวมเอาวิทยาศาสตร์เชิงสุขภาพเข้ากับวิทยาการการจัดการ หลักสูตรนี้ได้มอบโอกาสให้แก่นักศึกษาในการรวมเอาวิชาการทางด้านวิทยาศาสตร์เชิงเคมีภาพ เข้ากับเทคนิคการจัดการเพื่อนำไปปรับใช้กับวิชาชีพในอุตสาหกรรมด้านสุขภาพ การผสมผสานของทักษะเหล่านี้ จะช่วยให้ผู้ที่สำเร็จการศึกษามีความสามารถเฉพาะตัวในการบริหารและการบริหารทีมงานในอุตสาหกรรมด้านอาหารและยารวมถึงเทคโนโลยีทางชีววิทยา ผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรดังกล่าวจะได้รับ โอกาสที่ดีในการว่าจ้างงานทั้งในระดับอุตสาหกรรม เภสัชกรรมระดับโลก และระดับธุรกิจการบริการด้านสาธารณสุขในระดับประเทศ
![]() มหาวิทยาลัยแบรดฟอร์ด มหาวิทยาลัย University of Wales เป็นหนึ่งใน 6 ของสถาบัน และเป็นหนึ่งใน 2 ของมหาวิทยาลัยที่จัดตั้งขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ยังเป็นมหาวิทยาลัยหนึ่งที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร วุฒิการศึกษาที่ได้รับจากสถาบันเหล่านี้เป็นคุณวุฒิในระดับมหาวิทยาลัย คณะกรรมการของมหาวิทยาลัย University of Wales นั้นทำงานในสาขาด้านการศึกษาและการวิจัยร่วมกับสถาบันอื่นๆที่กระจายอยู่ทั่วโลกนักศึกษาผู้ซึ่งสำเร็จการศึกษาจากสถาบันที่ร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัย จึงได้รับวุฒิการศึกษาจาก University of Wales ด้วย ในทางกลับกันถ้าหากนักศึกษาสำเร็จการศึกษาจาก University of Wales ก็จะได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลับอื่นในเครือเช่นกัน มหาวิทยาลัย University of Wales มีชื่อเสียงทางด้านการศึกษามาเป็นเวลานาน รวมทั้งคุณภาพของการศึกษานั้นยังเป็นที่ต้องการทั้งในระดับประเทศและในระดับนานาชาติ ภารกิจของมหาวิทยาลัย คือการพัฒนาและการมอบคุณภาพการศึกษาที่ดีกว่าให้มีความโดดเด่นและแตกต่างกันทั้งในระดับภูมิภาค ระดับประเทศ และระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง จุดมุ่งหมายของมหาวิทยาลัย คือการมอบคุณภาพการเรียนการสอนทางด้านวิชาการที่สูงที่สุดทั้งในระดับปริญญาตรีและระดับปริญญาโทขึ้นไป พร้อมทั้งสัญญาว่าจะพัฒนาการวิจัยอย่างต่อเนื่อง และมอบทุนการศึกษาซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือการพัฒนาองค์ความรู้ให้ก้าวหน้าต่อไป มหาวิทยาลัย University of Wales เป็นหนึ่งสมาชิกของสมาคม Association of Commonwealth Universities
มหาวิทยาลัยแมคคอรี่เป็นผู้บุกเบิกโปรแกรมการศึกษาใหม่ตลอดเวลาและได้รับการแนะนำไว้ใน National Quality Review ซึ่งกล่าวไว้ว่า “นวัตกรรมหลายๆ อย่างของมหาวิทยาลัยเป็นจุดสนใจทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ” มหาวิทยาลัยเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องการทำงานวิจัยที่มีความสร้างสรรค์ในด้านชีววิทยา, เลเซอร์, การสื่อสารแบบไร้สาย, ฟิสิกส์, ภาษาศาสตร์, ธรณีวิทยา และ ประวัติศาสตร์ดึกดำบรรพ์ ไม่เพียงแต่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยเท่านั้นที่เห็นด้วยกับความพร้อมและความเป็นเลิศทางวิชาการ, สถานที่และเครื่องมือในการเรียนรู้, และการบริการเชิงวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยยังได้รับการนับถือในออสเตรเลียว่าเป็นผู้จัดการศึกษาที่ดีเยี่ยม และมหาวิทยาลัยเองรู้สึกภาคภูมิใจกับความก้าวหน้าในด้านวิชาการและการที่ได้รับการยอมรับทั่วไปซึ่งเห็นได้จากการที่มหาวิทยาลัยได้รับรางวัลในระดับประเทศและนานาชาติอย่างมากมาย จากงานวิจัยโดย Graduate Careers Council of Australia แสดงให้เห็นว่าผู้ที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแมคคอรี่ได้เปรียบผู้อื่นทั้งในเรื่องโอกาสได้เข้าทำงาน, เงินเดือนเริ่มต้นและอื่นๆ นอกจากนี้ Good Universities Guide 2004 ยังจัดลำดับให้มหาวิทยาลัยแมคคอรี่เป็นหนึ่งในหกอันดับสูงสุดของมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียที่มีความโดดเด่นในด้านผลงาน และยังได้รับการยอมรับในความสำเร็จของมหาวิทยาลัยทั้งในเรื่องโอกาสได้รับเข้าทำงาน, เงินสนับสนุนในการทำงานวิจัย, ความหลากหลายของวัฒนธรรม, และการบริการด้านวิชาการ นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยแมคคอรี่ยังติดอันดับในเรื่องอัตราเงินเดือนขั้นต้นที่บัณฑิตได้รับอยู่ในระดับสูงเป็นเวลาแปดปีติดต่อกันแล้ว ทั้งนี้มหาวิทยาลัยแมคคอรี่เป็นมหาวิทยาลัยของออสเตรเลียเพียงแห่งเดียวที่ได้รับเกียรติเช่นนี้ สาขาวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแมคคอรี่ มหาวิทยาลัยแมคคอรี่ถูกจัดให้อยู่ในสิบอันดับสูงสุดทางด้านวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยทั้งหมดในออสเตรเลีย และถูกจัดให้อยู่ในห้าอันดับสูงสุดในด้านชีววิทยาศาสตร์ (Australian Research Council Grant success rate) และถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่สี่ทางด้านผลงานจากงานวิจัยโดย ISI และเป็นที่หนึ่งทางด้านวิทยาศาสตร์เคมีเมื่อพิจารณาถึงคำชมเชยที่ได้รับต่อหนึ่งรายงาน เมื่อพิจารณาทางด้านไบโอเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเป็นผู้ที่คิดค้นความรู้สาขา Proteomics (Wilkins et al. Bio/Technology (1996), 16, 1090) เป็นแห่งแรกและส่งผลให้มีองค์กร, หน่วยงานและบริษัทต่างๆ เกิดขึ้นมากมายจากความสำเร็จในครั้งนี้เช่น Biotechnolofy Frontiers Pty Ltd., Proteome Systems Ltd., FLUOROtechnics Pty Ltd และ Australian Protoeme Analysis Facility ที่มหาวิทยาลัยแมคคอรี่ จากการจัดอันดับของโลก มหาวิทยาลัยแมคคอรี่ถูกจัดให้อยู่ลำดับที่ 48 ของโลก (London Times, Education Section 2004) และยังเป็นสมาชิกของ "Innovative Research Universities" ด้วย
โปรแกรมหลักสูตรของ ECU ได้รับการประเมินและตรวจสอบโดย Australian Universities Quality Agency (AUQA). ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่นี้โดย Australian Ministerial Council on Education, Training and Youth Affairs (MCEETYA) การตรวจสอบนี้เป็นไปเพื่อให้แน่ใจว่ามหาวิทยาลัยมีโปรแกรมหลักสูตรด้านวิชาการที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้การตรวจสอบต้องเป็นไปอย่างเข้มงวดและละเอียดถี่ถ้วน ขั้นตอนการขอรับรองสถานภาพของมหาวิทยาลัยร่วมกับการประชุมปรึกษาหารือกับกลุ่มสายการประกอบอาชีพทำให้โปรแกรมต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นโดยมหาวิทยาลัยเป็นที่ยอมรับทั่วไป ECU เข้าร่วมเป็นสมาชิกของ National Unified System of Australia Universities, Association of Commonwealth Universities และ Australian Vice-Chancellors Committee มหาวิทยาลัยทั่วโลกให้การยอมรับในคุณภาพและมาตรฐานของโปรแกรมการศึกษาและวุฒิที่มหาวิทยาลัยออกให้กับบัณฑิต คอร์สต่างๆ ที่ ECU พัฒนาขึ้นได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติซึ่งยืนยันได้จากความสำเร็จของบัณฑิตที่จบออกไปและคุณภาพของอาจารย์ผู้สอน คณะธุรกิจ & กฎหมาย คณะธุรกิจ & กฎหมายเป็นคณะธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดและมีความหลากหลายที่สุดในออสเตรเลีย คณะฯได้รับการยอมรับและมีผู้มาสมัครเรียนเป็นจำนวนมากตั้งแต่เริ่มจัดตั้งขึ้นในปี 1976 โปรแกรมหลักสูตรของคณะเริ่มจากวุฒิปริญญาสาขาเดียวนั่นก็คือ ปริญญาตรีด้านธุรกิจ จากนั้นได้ขยายออกไปทั้งในด้านวิชาเอกที่มีให้เลือกเพิ่มมากขึ้นและปริญญาในสาขาอื่นๆ เช่น ปริญญาตรีด้านกฎหมาย, ปริญญาตรีด้านศิลป์ (การศึกษาด้านยุติธรรม), ปริญญาตรีด้านการจัดการการท่องเที่ยว, ปริญญาตรีด้านการจัดการงานบริการ คอร์สต่างๆ ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของนักศึกษา, ชุมชนและนายจ้าง และต้องมีการทบทวนเนื้อหาอยู่เป็นประจำ เพื่อให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ในการพัฒนาหลักสูตรของคอร์สจะต้องคำนึงถึงรูปแบบของอุตสาหกรรม, การพาณิชย์, และรัฐบาลที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้คณะฯ ยังตระหนักถึงโอกาสใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในตลาดงานในวงการธุรกิจและงานด้านบริการ การวางแผน และการพัฒนาคอร์สต่างๆ ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยผู้เชี่ยวชาญทั้งที่เป็นผู้จัดการระดับอาวุโส และผู้ทรงคุณวุฒิในสายการค้า และ ในหน่วยงานราชการ คณะฯ ประกอบไปด้วยห้าแผนก ในขณะที่แต่ละแผนกอาจมีอิสระในการสอนเน้นหนักไปในสาขาเฉพาะทางแต่คอร์สโดยองค์รวมต้องได้รับการดูแลและบริหารโดยคณะฯ การทำงานแบบนี้ช่วยให้การวางแผน, การพัฒนาและการประเมินคอร์สเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและช่วยให้เกิดการประสานงานกันระหว่างแผนกทุกแผนกภายใต้คณะเดียวกัน แผนกทั้งห้าของคณะได้แก่: การบัญชี การเงินและเศรษฐกิจ, กฎหมายและความยุติธรรม, การจัดการ, การจัดการระบบสารสนเทศ, และ การตลาด การท่องเที่ยวและการพักผ่อนหย่อนใจ นอกเหนือไปจากแผนกทั้งห้านี้ คณะฯยังมีโปรแกรมการศึกษาในและนอกมหาวิทยาลัยที่อยู่ทั้งในออสเตรเลียและในต่างประเทศซึ่งมีสำนักงานเพื่อกิจการระหว่างประเทศและการพาณิชย์เป็นหน่วยบริหารจัดการแยกออกมาจากแผนกอื่นๆ คณะได้เข้ามาดูแลรับผิดชอบการทำวิจัยในเรื่องธรรมชาติประยุกต์และธรรมชาติทฤษฎีซึ่งมุ่งเน้นไปที่ศูนย์วิจัยต่างๆเช่น Finance Market and Accounting Research Centre (FIMARC), Sellenger Centre, Small to Medium Enterprises Research Centre (SMERC) และ Working for e-Business (We-b) Centre ศูนย์วิจัยเหล่านี้ช่วยได้นำความรู้ด้านวิชาการมาประสานให้เข้ากับโลกธุรกิจได้ และเป็นการสะท้อนถึงปรัชญาของคณะฯ ซึ่งเน้นในเรื่องการศึกษาเชิงธรรมชาติประยุกต์และมุ่งมั่นให้เจ้าหน้าที่และผู้สอน รู้ความเคลื่อนไหวและมีความรู้ที่ทันสมัยที่เกี่ยวข้องกับอาชีพของตน แผนกการบัญชี การเงินและเศรษฐกิจ (School of Accounting, Finance and Economics) แผนกฯ มีพื้นฐานความรู้และความเข้าใจที่เข้มแข็งและเป็นความรู้ที่ปรับใช้ในการทำงานจริงได้ ดังนั้นนักศึกษาจะได้เรียนรู้ทักษะและความรู้ที่ทำให้พวกเขามีโอกาสที่ดีในการถูกว่าจ้างในสาขาอาชีพที่เรียนมา และในแต่ละปี บัณฑิตที่จบการศึกษาจากคณะฯ จึงเป็นที่ต้องการของบริษัทต่างๆ ทั่วออสเตรเลียและทั่วโลก นอกเหนือไปจากความรู้เฉพาะทางตามสาขาที่เรียน ในทุกๆ คอร์สจะเน้นความรู้ทั่วไปที่จำเป็นด้วย เช่น ทักษะการพูดและการเขียนเพื่อการสื่อสาร ความสามารถในเชิงคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา นอกจากนี้ทางแผนกฯ ยังให้ความสำคัญในการให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแก่นักศึกษาด้วย สำหรับโปรแกรมปริญญาโท ทางแผนกได้รับการจัดลำดับให้อยู่ในสิบอันดับของคณะบัญชีที่ดีที่สุดในออสเตรเลียโดยดูจากจำนวนและคุณภาพของงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ ทางแผนกฯได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการที่ปรึกษาซึ่งสมาชิกของคณะกรรมการนั้นมาจากองค์กรภาคเอกชนและราชการและจากภาคอุตสาหกรรมต่างๆ คณะกรรมการเข้ามาช่วยดูแลอย่างใกล้ชิดด้านหลักสูตรสาขาบัญชีและทรัพยากรที่คณะต้องใช้ในการสอนเพื่อให้แน่ใจว่าเนื้อหาของหลักสูตรมีความเกี่ยวข้องกับการนำไปใช้งานภาคอุตสาหกรรมจริงและถูกต้องตามหลักบัญชี แผนกบัญชีเป็นหนึ่งในแผนกของคณะธุรกิจและกฎหมายที่อยู่ภายใต้มหาวิทยาลัยอีดิธโคแวน แผนกการตลาด การท่องเที่ยวและการพักผ่อนหย่อนใจ (School of Marketing, Tourism & Leisure) แผนกฯ จัดหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพของการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบุคคลที่ทำงานอยู่หรือกำลังหางานทำในสายงานการให้บริการ แผนกฯ จัดทำโปรแกรมหลักสูตรการศึกษาในสาขาการตลาด การท่องเที่ยว การพักผ่อน การบริการเชิงมิตรภาพ การจัดการด้านกีฬา การจัดการธุรกิจโรงกลั่นและการตลาดของไวน์ คณะการสื่อสารและอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ (Faculty of Communications and Creative Industries) คณะการสื่อสารและอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ของมหาวิทยาลัยอีดิธโคแวนถูกจัดตั้งขึ้นในปลายปี 2002 เพื่อรวมจุดแข็งของสองแผนกเข้าด้วยกัน ซึ่งก็คือ แผนกการสื่อสารและมัลติมีเดีย และแผนกศิลปะการแสดงและทัศนศิลป์ แผนกใหม่นี้ทำงานร่วมกับ Western Australia Academy of Performing Arts (WAAPA) ทั้งนี้เพื่อนำความเจริญก้าวหน้าและความรู้ด้านภาพยนตร์ โทรทัศน์ การแพร่ภาพออกอากาศ การวารสาร มัลติมีเดียเชิงโต้ตอบ ดนตรี การเต้นรำและการแสดงออก มาเผยแพร่ให้ความรู้แก่นักศึกษา แผนกการสื่อสารและมัลติมีเดีย (School of Communications and Multimedia) แผนกการสื่อสารและมัลติมีเดียจัดทำหลักสูตรที่ให้นักศึกษามีความรู้เฉพาะทางในสาขาการโฆษณา ภาพยนตร์และวีดิโอ มัลติมีเดียเชิงโต้ตอบ วารสารศาสตร์ การสื่อสารมวลชน ศาสตร์แห่งสื่อกลาง และการประชาสัมพันธ์ โปรแกรมการเรียนของแผนกมีความยืดหยุ่นและได้รับการวางรูปแบบ เพื่อให้นักศึกษาปรับแต่งความรู้ในวุฒิของตนให้เข้ากับความสนใจส่วนตัวและแผนการทำงานของตนในอนาคต คณะการคิดคำนวณ สุขภาพและวิทยาศาสตร์ (Faculty of Computing, Health and Science) คณะการคิดคำนวณ สุขภาพและวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอีดิธโคแวนเป็นคณะที่ให้ความรู้อันทันสมัยและเป็นคอร์สที่ได้รับการรับรองในสาขาวิชานี้แล้ว ชื่อเสียงของคณะได้รับการยอมรับในตลาดสากลในฐานะที่เป็นผู้นำทางด้านการให้ความรู้ในสาขาการคิดคำนวณ สุขภาพและวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้หลักสูตรยังเน้นในเรื่องการสอนที่มีคุณภาพ การทำงานวิจัยและความเป็นสากลของคอร์สและรูปแบบการเรียนรู้ของนักศึกษา แผนกคอมพิวเตอร์และวิทยาศาสตร์สารสนเทศ (School of Computer and Information Science) แผนกตระหนักดีถึงความจำเป็นที่นักศึกษาจะต้องทราบแนวโน้มและทิศทางของความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ การจัดการองค์ความรู้และสารสนเทศ การคำนวณอินเตอร์เนทและวิทยาศาสตร์สารสนเทศและวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ บัณฑิตด้านการคำนวณและเทคโนโลยีสารสนเทศจัดอันดับให้ ECU อยู่ในระดับต้นๆ ของออสเตรเลียในการสร้างความพึงพอใจให้กับบัณฑิต (96%) คอร์สด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ของแผนกฯ ทั้งหมดได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในระดับมืออาชีพ (เป็นระดับที่สูงที่สุด) โดย Australian Computer Society ![]() CRICOS No.: 01241G มหาวิทยาลัยเซาท์เทิร์นครอส มหาวิทยาลัยเซาท์เทิร์นครอสเป็นมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งที่รัฐบาลให้การสนับสนุนและได้รับรองวิทยฐานะโดยพิจารณาจากกองทุนการศึกษาและงานวิจัย มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันให้การศึกษาระดับสูงที่ตั้งอยู่ชายฝั่งด้านเหนือของนิวเซาท์เวลส์ซึ่งเป็นภาคพื้นที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วที่สุดในออสเตรเลีย ทางมหาวิทยาลัยมีนักศึกษาให้ความสนใจมาสมัครเรียนมากถึง 10,000 คน เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยจัดสรรงบประมาณมากกว่า 100 ล้านเหรียญออสเตรเลีย เพื่อปรับปรุงสถานที่และเครื่องมืออุปกรณ์ในการเรียนการสอนซึ่งทำให้มหาวิทยาลัยเซาท์เทิร์น ครอสเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ทันสมัยที่สุดในออสเตรเลีย มหาวิทยาลัยเป็นหนึ่งในสมาชิกของ Australian Vice-Chancellor’s Committee และ Association of Commonwealth Universities. มหาวิทยาลัยเซาท์เทิร์นครอสตั้งอยู่บนฝากชายฝั่งด้านเหนือของนิวเซาท์เวลส์ มหาวิทยาลัยมีแคมปัสอยู่ที่ลิซมอร์ ทวีดโกลด์โคสท์และคอฟท์ฮาร์เบอร์ มหาวิทยาลัยมีหลักสูตรทั้งภาคปกติที่เรียนในแคมปัสและหลักสูตรทางไกลซึ่งได้รับความร่วมมือจากคณาจารย์และเจ้าหน้าที่ที่มีคุณภาพด้านวิชาการ โปรแกรมการศึกษาของมหาวิทยาลัยได้รับการเผยแพร่ในหลายๆ ประเทศทั่วภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก มหาวิทยาลัยเซาท์เทิร์นครอสมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบการสื่อสาร เพื่อการเผยแพร่ความรู้ทางอิเลคโทรนิกส์อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นนักศึกษาจึงสามารถเข้าถึงเครื่องมือที่จะช่วยให้การศึกษาของเขาเป็นไปได้ง่ายขึ้น มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นในการบริการแก่ลูกค้าและมอบประสบการณ์ของการเรียนรู้ที่มีค่าให้แก่นักศึกษา แผนกการจัดการระดับปริญญาโท (Graduate College of Management) แผนกการจัดการระดับปริญญาโทของมหาวิทยาลัยเซาท์เทิร์นครอสมีหน้าที่รับผิดชอบโปรแกรมการศึกษาในระดับปริญญาโทสาขาการบริหารธุรกิจ, ธุรกิจระหว่างประเทศ การจัดการและการจัดการด้านการตลาดและการทำงานวิจัยด้านธุรกิจและการจัดการสำหรับปริญญาโทและปริญญาเอก โปรแกรม DBA เป็นหนึ่งในโปรแกรมที่จัดขึ้นโดยแผนกการจัดการระดับปริญญาโทของมหาวิทยาลัยเซาท์เทิร์นครอส เป้าหมายของแผนกการจัดการระดับปริญญาโทคือเพื่อให้เป็นศูนย์กลางของความเป็นเลิศทางการศึกษาด้านการจัดการและงานวิจัย และจัดทำโปรแกรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับประเด็นหัวข้อที่เป็นสิ่งท้าทายผู้บริหารในโลกธุรกิจในปัจจุบัน และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่มหาวิทยาลัยตั้งไว้ มหาวิทยาลัยจึงมุ่งเน้นการจัดทำโปรแกรมหลักสูตรที่มีคุณภาพเชิงวิชาการ สามารถนำไปใช้ได้จริงในการทำงาน มีเนื้อหาที่สัมพันธ์กับโลกธุรกิจและบริการต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือนักศึกษาได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิผลมากที่สุด
• คณะการศึกษาจะต้องมีความใส่ใจและสามารถอุทิศตัวเพื่อการศึกษาของนักศึกษา ทั้งขั้นอุดมศึกษาและปริญญาบัณฑิต • มีลักษณะการสอนที่หลากหลาย เพื่อที่จะทำให้นักศึกษามีความเข้าใจและมีรูปแบบการตอบสนองต่อการเรียนรู้ที่หลากหลายเช่นกัน • มีการสนับสนุนทางด้านวิทยาการ, สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยขยายขีดความสามารถทางด้านการสอน, การเรียนรู้, การวิจัย และการสื่อสาร • สนใจในความแตกต่างระหว่างโครงสร้างทางเชื้อชาติและการเมืองของสังคมทั่วโลก และ • ความรับผิดชอบต่อข้อผูกพันทางสังคม ซึ่งเป็นการยืนยันว่าการศึกษาของมหาวิทยาลัยคือหัวใจสำคัญที่ทำให้เกิดภูมิปัญญา
จากการสำรวจเพื่อค้นหาวิทยาลัยทางด้านธุรกิจที่ดีที่สุดในโลก 3 แห่ง ปรากฏว่า Grenoble Ecole de Management เป็นหนึ่งในจำนวนไม่กี่แห่งที่มีหลักสูตรเกี่ยวข้องกับวิทยาลัยทั้ง 3 แห่งนี้ • AACSB (Associate to Advance Collegiate Schools of Business) • EQUIS (European Quality Improvement System), • AMBA (Association of MBAs) ผลจากการสำรวจนี้เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าคุณภาพมาตรฐานหลักสูตรของวิทยาลัยเป็นที่น่าพอใจในสายตาของนานาประเทศทั่วโลก เนื่องจากหลักสูตรจะมีการปรับปรุงและพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดอยู่เสมอ บุคลากรผู้สอนนั้นล้วนแล้วแต่มีคุณภาพและประสบการณ์ที่เหมาะสม นักศึกษาที่จบจาก Grenoble Ecole de Management จึงมีระดับมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติเช่นกัน Grenoble Ecole de Management มีประสบการณ์กว่า 20 ปีในด้านการจัดการเทคโนโลยี ซึ่งเป็นที่จดจำในระดับนานาชาติเป็นอย่างมาก องค์ประกอบแต่แรกเริ่มที่สร้างชื่อเสียงให้กับสถาบันได้แก่ หลักสูตรการเรียน, ธุรกิจระดับผู้บริหาร, ธุรกิจในรูปบริษัท, การศึกษา และการวิจัยประยุกต์, เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ ![]() มหาวิทยาลัยซันเดอแลนด์ ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางด้านเหนือของอังกฤษ มหาวิทยาลัยซันเดอแลนด์ เป็นมหาวิทยาลัยที่มีพลวัต ทันสมัยพร้อมกับชื่อเสียงในด้านการสอนและการวิจัย อยู่ในอันดับที่ยอดเยี่ยมจากการจัดอันดับของ Quality Assurance Agency ในด้านวิทยาศาสตร์ชีววิทยา,สรีรศาสตร์,เภสัช, สื่อศึกษา,ประวัติศาสตร์ และพยาบาล มหาวิทยาลัยมีนักศึกษามากกว่า 15,000 คน และนักศึกษาต่างชาติกว่า 1,500 คนจากเกือบ 70 ประเทศ และยังมีชื่อเสียงเติบโตในด้านการวิจัยคุณภาพสูง(อ้างอิงจาก แบบประเมินการวิจัยซึ่งมีรายงานทุก 5 ปี) ดึงดูดเงินวิจัยกว่า 6 ล้านปอนด์เข้าสู่กองทุนวิจัยในปี 2004 หุ้นส่วนกับอุตสาหกรรมและพาณิชย์ท้องถิ่นถูกวางจุดเด่นไว้ในหลายหลักสูตร และมหาวิทยาลัยมีทีมพัฒนาธุรกิจที่ทุ่มเท ตั้งอยู่ในศูนย์กลางอุตสาหกรรม ซึ่งทำให้บริษัทสามารถรับเอาความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยหรือ “วิธีการแก้ปัญหาจากมหาวิทยาลัยซันเดอแลนด์”มาใช้ เมื่อเร็วๆนี้มหาวิทยาลัยซันเดอแลนด์ได้รับการยอมรับจาก The Guardian ว่าเป็น “มหาวิทยาลัยแห่งใหม่ที่ดีที่สุดในอังกฤษ” และจาก The Times ว่าเป็น “มหาวิทยาลัยแห่งใหม่ที่ดีที่สุดในสหราชอาณาจักรในเรื่องการวิจัย” หน่วยการท่องเที่ยวตั้งอยู่ในโรงเรียนศิลปะ การออกแบบ สื่อ และวัฒนธรรม (School of Arts, Design, Media and Culture) ซึ่งตั้งขึ้นในปี 2002 เพื่อตอบสนองแนวความคิดของหน่วยงานสำหรับวัฒนธรรม สื่อและการกีฬา และ ทำให้คู่ขนานไปกับการรวมตัวกันของอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรมและการสร้างสรรค์ ทีมการท่องเที่ยวมีความชำนาญในเชิงลึกเกี่ยวกับองค์ประกอบและการจัดการของทั้งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวในฐานะกิจกรรมวัฒนธรรมที่มีความสำคัญเพิ่มขึ้น การวิจัยการท่องเที่ยวที่มหาวิทยาลัยเป็นที่ยอมรับว่า “มากกว่าครึ่งหนึ่งของงานวิจัยมีคุณภาพเทียบเท่ากับงานวิจัยที่มีความยอดเยี่ยมอยู่ในระดับประเทศ” ใน national university Research Assessment Exercise (RAE) ของปี 2001 หน่วยการท่องเที่ยวดึงดูดเงินทุนการวิจัยสำหรับปี 2003/4 และ 2004/5 อันผลโดยตรงจากความสำเร็จนี้ โครงการวิจัยปัจจุบันนี้รวมถึง การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม,การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์, การท่องเที่ยวเชิงมรดกทางวัฒนธรรม การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การวางแผนการท่องเที่ยว โครงการวิจัยนี้ถูกวางไว้หลายที่ทั่วโลกและในท้องถิ่น ตัวอย่างเช่น ฝรั่งเศส, เยอรมัน, ไซปรัส, สเปน, อินเดีย ,คาริบเบียน และสหราชอาณาจักร นักศึกษาวิจัยปัจจุบันและก่อนหน้านี้ได้พิจารณาในหัวข้อเกี่ยวกับ การบริโภคอาหาร, การตีความมรดกทางวัฒนธรรม และ การคมนาคมเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ปัจจุบันการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นที่คาดหมายว่าจะกลายเป็นอุตสาหกรรมเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลกในศตวรรษที่ 21 ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิครับเอานักท่องเที่ยวกว่า 130 ล้านคนและสร้างเม็ดเงินเก้าหมื่นสี่พันล้านดอลล่าร์ในระบบเศรษฐกิจ พร้อมกันนี้ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวสร้าง GDP 11% และอีกสองร้อยล้านงานในระบบเศรษฐกิจโลก คณะศิลปะ การออกแบบ สื่อ และวัฒนธรรม (School of Arts, Design, Media and Culture) การสอนและการวิจัยของโรงเรียนมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดของมหาวิทยาลัยที่มีพลวัตสูง คณะยังมีการจัดหาหลักสูตรและโอกาสในการวิจัยในวงกว้างในทุกหัวข้อเกี่ยวกับวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ คณะศิลปะ การออกแบบ สื่อ และวัฒนธรรม ถูกจัดพื้นที่เป็น 3 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งนำโดย Associate Dean มีนักศึกษา 700-100 คนในแต่ละพื้นที่ การสอนของคณะถูกจัดอันดับโดย Quality Assurance Agency ว่าดีเยี่ยม ขณะที่งานวิจัยของเจ้าหน้าที่และนักเรียนมีเชื่อเสียงในระดับชาติและสากล รางวัลงานวิจัยหลายชิ้นได้รับการรับรองโดย Research Councils, Trusts and Charities ปัจจุบันโรงเรียนมีศูนย์การวิจัยในด้าน แก้ว,การถ่ายภาพ,วิจิตรศิลป์,ศิลปะสื่อสมัยใหม่,การคัดลายมือ,ประวัติศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, การศึกษาภาษาและชาวไอร์แลนด์, การศึกษาสื่อและวัฒนธรรม ซึ่งทั้งหมดสอนโดยนักวิชาการชั้นนำ, ศิลปิน และนักออกแบบในสาขาเหล่านี้ |
|||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||||||||||||||||||